ประวัติของอาณาจักรล้านนา - เชียงรายล้านนาที่เขียนโดย Joel John Barlow  

1. สิ่งที่น่าสนใจ ในจังหวัดเชียงราย
2. พิพิธภัณฑ์ในจังหวัดเชียงราย
3. แนะนำ
4. ตำนานดอยเขาควาย (จังหวัดเชียงราย)
5. ปลาไหลเผือกปรากฏขึ้นในนครโยนก
6. แหล่งทิวทัศน์ที่สวยงามในจังหวัดเชียงราย
7. เทศกาล
8. อาหารท้องถิ่น
9. ภูมิอากาศ
10.ประโยชน์ของยาธรรมชาติ(สมุนไพร)
11.ชนกลุ่มน้อยในล้านนา
12.ที่ชุ่มน้ำเชียงแสน
13.เครื่องปั้นดินเผาสังคโลก (สวรรคโลก)
14.หัวใจของเชียงราย
15.อุทยานแห่งชาติในล้านนา
16.ประวัติของอาณาจักรล้านนา
 - การย้ายถิ่นฐานในสมัยโบราณ
 - กลุ่มชนที่ปรากฏในหนังสือธรรม
 - ราชวงศ์ยุคโบราณ
 - การฝ่าฟันจนสร้างเมืองหน้าด่านสำเร็จ
 - พันธมิตรแห่งวัฒนธรรม
 - การสืบราชสันตติวงศ์และจุดยืนระหว่างประเทศ
 - กษัตริย์ล้านนาซึ่งนับถือภูตผี
 - ยุคทองของความเจริญรุ่งเรือง
 - การล่มสลาย
 - พระแก้วมรกต
 - มหาเทวี
 - การปกครองของพม่าและอิทธิพลจากต่างชาติ
 - คนเมือง
 - การถูกกลืนเข้าเป็นสยาม
 - อิทธิพลของระบบศักดินา
 - อังกฤษกับการค้าไม้สัก
 - นายแพทย์ Briggs กับการกบฏไทยใหญ่
 - จากยุคมืดสู่ยุคใหม่
 - จำนวนพลเมือง
 - ภาพรวมในปัจจุบัน


เชียงรายล้านนาที่เขียนโดย Joel John Barlow

ประวัติของอาณาจักรล้านนา


พ่อขุนเม็งรายได้สร้างสำพันธ์ไมตรีกับอาณาจักรเพื่อนบ้านโดยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและช่วยเหลือกันทั้งยังช่วยปกป้องคุ้มครองเพื่อนบ้านเหล่านั้นอีกด้วย เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและสงบสุขพ่อขุนเม็งรายได้เข้าแก้ปัญหาระหว่างพ่อขุนงำเมืองผู้ครองพะเยากับพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ซึ่งตั้งอยู่ถัดไป โดยพ่อขุนรามคำแหงได้เป็นชู้กับนางอิ่วซึ่งเป็นชายาของพ่อขุนงำเมือง พ่อขุนงำเมืองได้จับพ่อขุนรามคำแหง (ในพงศาวดารของเชียงใหม่เรียก พระร่วง) และขอให้พ่อขุนเม็งรายตัดสินความให้ กษัตริย์คู่กรณีทั้งสองต่างก็เคยส่งเครื่องบรรณาการให้มองโกล พระยาเม็งรายเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการผูกสัมพันธ์กับหัวเมืองทางใต้คือลิกอร์ (เมืองท่าสำคัญปัจจุบันคือ นครศรีธรรมราช) และลัทธิเถรวาทได้เผยแผ่มาจากบริเวณนั้นซึ่งปกครองโดยองค์ญาติของพ่อขุนรามคำแหง พ่อขุนรามคำแหงจึงจ่ายสินไหมจำนวน 440,000 เบี้ยให้แก่พ่อขุนงำเมือง ความเป็นศัตรูกันหายไปและได้มีการร่วมมือกันซึ่งก่อให้เกิดความเข้มแข็งและความสำเร็จอย่างยากที่จะหาที่เปรียบเทียบได้ โดยในขณะนั้นมองโกลตีเมืองใต้ตลอดสันทางสู่อียิปต์ (แม้แต่ญี่ปุ่นก็เคยถูกเข้าตี) อาณาจักรล้านนาได้นำช่างฝีมือจากที่อื่นๆ และได้สร้างสรรค์ความเจริญขึ้น มองโกลได้ทำการปรับปรุงหลักกฎหมายและเผยแพร่ออกไป ส่วนพ่อขุนเม็งรายก็ได้ปรับปรุงหนังสือกฎหมายของพระองค์ คือ เม็งรายศาสตร์ (การพิพากษาของเม็งราย) โดยยึดหลักกฎหมายตามอย่างมอญ หิรัญชัย ได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านชาวไท และอาณาจักรบนที่ราบลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยาก็สร้างความเจริญของตนได้เช่นกัน ซึ่งความสำเร็จอันสำคัญของพระยาเม็งรายนี้นำไปสู่ความเจริญของอาณาจักรสยามซึ่งเป็นรากฐานของประเทศไทยสืบมา
ในตอนกลางของเอเชียอาคเนย์เป็นที่ตั้งของอาณาจักรซึ่งมีภูมิประเทศที่งดงามแบบชนบทซึ่งเคยมีความเจริญรุ่งเรืองมาก แต่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลายกเว้นผู้ที่ตั้งรกรากอยู่บริเวณนั้น ดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของเทือกเขาและทะเลทรายซึ่งอยู่ตอน กลางของทวีปเอเชียและไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็นดินแดนสำคัญของทวีปเอเชียคือเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมมากมากซึ่งมีความโดดเด่นและสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มาก อันได้แก่ การประดิษฐ์ตัวอักษร การดนตรี การทอผ้า การฟันดาบ และการเกษตร ชื่อของอาณาจักรหมายถึง “ดินแดนแห่งข้าวล้านไร่”
ในสมัยโบราณการปกครองขึ้นอยู่กับความจงรักภักดีมากกว่าการแบ่งอาณาเขตทางภูมิศาสตร์และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อชาวตะวันตกเริ่มใช้แหนที่ เริ่มการเดินเรือและการล่าอาณานิคม เมื่อกษัตริย์ของประเทศสยามมีความคิดว่า ประวัติความเป็นมาของประเทศเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อใช้ใน

การป้องกันการเข้ายึดครองของชาวยุโรป และในเวลานั้นอาณาจักรล้านนาเพิ่งเข้ามาอยู่ในความครอบครองของกรุงรัตนโกสินทร์ได้ไม่นานนัก จึงต้องหาทางทำให้ชาวยุโรปเชื่อว่าสยามได้
ครอบครองดินแดนล้านนาเป็นเวลานานแล้ว โดยพระมหากษัตริย์ได้เล็งไปที่สุโขทัยมากกว่าเชียงใหม่ ซึ่งในขณะนั้นมีความสำคัญมากกว่าสุโขทัย (ถึงแม้คนเชียงใหม่จะแสดงความนับถือสยามอย่างเสมอต้นเสมอปลาย) ล้านนา ประกอบด้วยชาวไทมากกว่าชาวสยามและต่อมามีจำนวนเกือบ จะเท่าๆ กัน จึงเป็นการง่ายในการสร้างความจงรักภักดี เหตุที่ประชากรของล้านนาลดลงอย่างมากก็เนื่องมาจากการเกิดโรคระบาดหลังสงครามติดต่อกันหลายปี
ล้านนาก่อตั้งขึ้นโดยกษัตริย์หนุ่มผู้ขึ้นมามีอำนาจแทนบิดา (ค.ศ.1259) ด้วยความฉลาดและมีสายตาที่แหลมคม จึงทำให้ล้านนาปรากฏเป็นแหล่งวัฒนธรรมอันสำคัญขึ้น ล้านนายังคงใช้ภาษาถิ่น ยังคงให้ความเคารพเชื้อพระวงศ์สืบทอดมาแต่โบราณ และมีความสุขที่จะรักษาความเป็นล้านนาไว้ โดยขนบธรรมเนียมประเพณี ดนตรี ความเชื่อ อาหาร และแบบแผนต่างๆ ยังคงอยู่เหมือนในสมัยโบราณ แม้รูป แบบต่างๆ ของชีวิตในปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น ผืนป่าหายไป แต่ขนบธรรมเนียมประเพณียังคงอยู่ ส่วนใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในปัจจุบันได้กลายมาเป็น 8 จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยอันได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน มีอาณาเขตติดต่อกับบางส่วนของเกงตุงซึ่งอยู่ในรัฐฉานของพม่า (ตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า) เชียงรุ้งและสิบสองปันนาในยูนนานของจีนและล้านช้าง (หลวงพระบาง) ของลาว ซึ่งมีความสัมพันธ์คล้ายบ้านพี่เมืองน้องกัน ดินแดนต่างๆ เหล่านี้มีความเหมือนและคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรม ราวกับเคยเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ล้านนามีความเจริญเหมือนอาณาจักรอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพุทธศาสนิกชนโลกในปี ค.ศ.1445 มีการพบพระพุทธรูปสำคัญคือ พระแก้วมรกต และเป็นจุดกำเนิดเมืองสำคัญคือ เชียงรายและเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา
กษัตริย์ผู้ก่อตั้งล้านนาคือ พ่อขุนเม็งราย ซึ่งวางหลักสำคัญซึ่งทำให้ล้านนามีเอกราชเป็นเวลานาน นั่นคือสร้างสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในช่วงศตวรรษที่13 จนทำให้สามารถต้านทานการขยายอาณาเขตของมองโกล ในสมัยราชวงศ์หยวนของจีน ซึ่งมีความสามารถในการรบมาก กษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้านในสมัยเดียวกันคือ พ่อขุนรามคำแหง กษัตริย์องค์แรกของไทยซึ่งได้ประดิษฐ์ตัวอักษรไทยและได้อุปถัมภ์ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท รวมทั้งมีความสามารถทางด้านกฎหมายอีกด้วย พ่อขุนรามคำแหงอาจเคยเป็นผู้ครองดินแดนแต่เพียงในนามของอาณาจักร มองโกล (โดยเดินทาง

ไปเยือน 2ครั้ง) ซึ่งปกครองโดยกุนไลข่าน และนครขอม ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงความสามารถในทางกฎหมายของพระองค์ แต่ในประวัติศาสตร์ซึ่งแก้ไขใหม่ กล่าวถึงการใช้วิธี ทางการทูตว่ามีผลดีต่อประเทศไทย คือไม่เสียเอกราช ซึ่งถูกกล่าวถึงโดยนักล่าอาณานิคมชาวยุโรป
กุน ไล ข่าน หรือข่านฉลาดเป็นหลานของ เจง กิส ข่าน นักรบผู้ยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งได้ทำการผนวกดินแดนอาณาจักรยูนานเข้าด้วยกันรวมทั้ง อาณาจักรของพ่อขุนเม็งรายก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ โดยดูคล้ายกันว่าบิดา มารดาของพระองค์จะยอมเป็นผู้ครองแต่ในนามซึ่งดีกว่าถูกฆ่าตายโดยมองโกล แต่พ่อขุนเม็งรายไม่ต้องการอยู่ใต้อำนาจของมองโกลซึ่งนักรบของ กุบไลข่าน ได้ทำสงครามและได้ดินแดนจากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคไปจนถึงฝั่งตะวันออกของยุโรป และเปอร์เซีย พ่อขุนเม็งรายไม่สามารถขึ้นเป็นกษัตริย์และปลดปล่อยประชาชนของพระองค์ให้เป็นอิสระจากมองโกลได้ ในที่สุดเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีผู้ใดสามารถบ่ายเบียงการเข้าครอบครองของ กุบไลข่าน ได้โดย กุบไลข่าน ได้ใช้การประชาสัมพันธ์ และโฆษณาชวนเชื่อ ควบคู่ไปกับการใช้การทางทหารและได้รับผลสำเร็จอย่างมากเพาะ กุบไลข่าน นี้เอง ที่ทำให้เอเชียอาคเนย์กลายเป็น อินโดจีน โดยการผสมผสานวัฒนธรรมของอินเดียและจีนเข้าด้วยกัน
พ่อขุนเม็งรายตระหนักดีว่าควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกองทัพของมองโกลจึงได้โยกย้ายจากดินแดนที่อยู่ใต้อำนาจการปกครองของมองโกลและจีน (อำนาจจากกรุงปักกิ่งหลังปี ค.ศ.1264) โดยอพยพประชาชนของพระองค์ลงมาทางใต้ข้ามแม่น้ำซึ่งใช้เป็นจุดกันปะทะ (แม่โขง แม่กก และ ทะเลสาบเชียงแสนซึ่งมาขนาดใหญ่) จากเมืองเงินยางซึ่งตกทอดมาจากบิดา และเมืองเชียงรุ้ง (ทางใต้ของนาน) ซึ่งตกทอดมาจากมารดา ประชาชนของพระองค์สร้างเมืองหลวงใหม่ขึ้นแล้วตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์องค์ใหม่ของตนคือเชียงราย ทะเลสาบเชียงแสนตั้งอยู่ระหว่างเมืองเงินยางปละเชียงราย รวมทั้ง แม่น้ำโขงและแม่น้ำกกซึ่งมีขนาดใหญ่ในเวลานั้น หลังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นราวปี ค.ศ. 800 หรืออาจเป็น ค.ศ.1015 น้ำได้ไหลจากเกงตุงในรัฐฉานปัจจุบันลงสู่พื้นที่ที่ต่ำหว่าทำให้เกิดป่าทึบและหนองน้ำ ซึ่งยากแก่การเดินทางผ่านโดยต้องเดินทางไปตามทางเดินแคบๆ ซึ่งปกคลุมด้วยป่าทึบและทิวเขา
เป็นเวลา 6ปีก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะขึ้นครองราชย์ มองโกลได้ยึดครองอาณาจักรน่านเจ้าซึ่งอยู่ทางเหนือของยูนาน เมื่อพ่อขุนเม็งรายล่ะทิ้งดินแดนมองโกลจึงได้ครอบครองดินแดนแถบยูนานทั้งหมดและในปี ค.ศ.1279 มองโกลก็ได้ยึดครองจีนเช่นกัน ในปี ค.ศ.1290 กุน ไล ข่าน ได้เข้ายึดครองดินแดนแถบโวลกาถึงแม่น้ำดานูน เกาหลี ปากีสถาน อิหร่าน อิรัก ดินแดนส่วนใหญ่ทาง เหนือของพม่า และ ชายฝั่งทางเหนือของเวียดนามเข้าไว้ในจักรวรรดิ “หยวน” ของตน กุบไลข่าน
ได้ส่งกำลังเข้าโจมตีเมืองด้านใต้ของแม่น้ำกกและได้รับชัยชนะ แต่พ่อขุนเม็งรายได้ยุทธวิธีก่อกวำลายเส้นทางส่งเสบียงซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการคงกองทีพอยู่ ทัพมองโกลได้เข้าตีอิระวดี (ยึดพุกามได้ในปี ค.ศ.1297) ส่วนล้านนานั้นไม่ปรากฏแนวกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองที่แน่นอนเพราะพ่อขุนเม็งรายได้ย้ายเมืองหลวงไปเรื่อยๆ จนยากที่จะคาดเดาได้จึงทำให้มองโกลไม่สามารถเข้ายึดเมืองหลวงของล้านนาได้ และมองโกลก็ไมเคยเข้ารุกรานอาณาจักรบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลย ซึ่งในเวลาต่อมาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิดขึ้น นั่นคือ อยุธยาซึ่งมีความเจริญมากและกลายมาเป็นอาณาจักรสยามในเวลาต่อมา
พ่อขุนเม็งรายได้สร้างสำพันธ์ไมตรีกับอาณาจักรเพื่อนบ้านโดยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และช่วยเหลือกันทั้งยังช่วยปกป้องคุ้มครองเพื่อนบ้านเหล่านั้นอีกด้วย เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและสงบสุขพ่อขุนเม็งรายได้เข้าแก้ปัญหาระหว่างพ่อขุนงำเมืองผู้ครองพะเยากับพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ซึ่งตั้งอยู่ถัดไป โดยพ่อขุนรามคำแหงได้เป็นชู้กับนางอิ่วซึ่งเป็นชายาของพ่อขุนงำเมือง พ่อขุนงำเมืองได้จับพ่อขุนรามคำแหง (ในพงศาวดารของเชียงใหม่เรียก พระร่วง) และขอให้พ่อขุนเม็งรายตัดสินความให้ กษัตริย์คู่กรณีทั้งสองต่างก็เคยส่งเครื่องบรรณาการให้มองโกล พระยาเม็งรายเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการผูกสัมพันธ์กับหัวเมืองทางใต้คือ ลิกอร์ (เมืองท่าสำคัญปัจจุบันคือ นครศรีธรรมราช) และลัทธิเถรวาทได้เผยแผ่มาจากบริเวณนั้นซึ่งปกครองโดยองค์ญาติของพ่อขุนรามคำแหง พ่อขุนรามคำแหงจึงจ่ายสินไหมจำนวน 440,000 เบี้ยให้แก่พ่อขุนงำเมือง ความเป็นศัตรูกันหายไปและได้มีการร่วมมือกันซึ่งก่อให้เกิดความเข้มแข็งและความสำเร็จอย่างยากที่จะหาที่เปรียบเทียบได้ โดยในขณะนั้นมองโกลตีเมืองใต้ตลอดสันทางสู่อียิปต์ (แม้แต่ญี่ปุ่นก็เคยถูกเข้าตี ) อาณาจักรล้านนาได้นำช่างฝีมือจากที่อื่นๆ และได้สร้างสรรค์ความเจริญขึ้น มองโกลได้ทำการปรับปรุงหลักกฎหมายและเผยแพร่ออกไป ส่วนพ่อขุนเม็งรายก็ได้ปรับปรุงหนังสือกฎหมายของพระองค์ คือ เม็งรายศาสตร์ (การพิพากษาของเม็งราย) โดยยึดหลักกฎหมายตามอย่างมอญ หิรัญชัย ได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านชาวไท และอาณาจักรบนที่ราบลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยาก็สร้างความเจริญของตนได้เช่นกัน ซึ่งความสำเร็จอันสำคัญของพระยาเม็งรายนี้นำไปสู่ความเจริญของอาณาจักรสยามซึ่งเป็นรากฐานของประเทศไทยสืบมา




ページ上部へ移動